วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คุมกำเนิดแล้ว...ทำไมยังท้องล่ะ?

คุมกำเนิดแล้ว...ทำไมยังตั้งครรภ์ล่ะ?

คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ โดย พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล doctorpin111@gmail.com
คุมกำเนิดแล้ว...ทำไมยังท้องล่ะ?
คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
email:doctorpin111@gmail.com
สวัสดีค่ะ สัปดาห์ก่อนเราคุยกันเรื่องความเชื่อแบบผิดๆ สำหรับการคุมกำเนิดกันไปแล้วนะคะ สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันในหัวข้อ "ก็คุมกำเนิดไปแล้ว...ทำไมยังท้องอีก"
ใช่ค่ะ เพราะไม่มีคำว่า 100% ทางการแพทย์นะคะ
ยิ่งในโลกของความเป็นจริงแล้ว ที่เราคุมกำเนิดกันแบบเดี๋ยวลืมกินยาบ้าง ใส่ถุงผิดถุงถูกบ้าง นับวันปลอดภัยผิดวัน (เข้าข้างตัวเองกันซะมาก) ขนาดวิธีที่ว่าชัวร์ อย่างทำหมันในคุณผู้หญิง ตัดท่อนำไข่ไปแล้ว วันดีคืนดี หมันหลุด ท่อนำไข่กลับมาเชื่อมกันอัตโนมัติ กลับมาท้องอีก ก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ นะคะ ดังนั้น วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดกันถึงการคุมกำเนิดในแต่ละวิธี มีโอกาส "พลาด" กันได้ขนาดไหนนะคะ เรียงกันตามกลุ่มวิธีใช้นะคะ
การตั้งครรภ์
1.แบบใส่ห่วง :
การใส่ห่วงคุมกำเนิด แบบทองแดง มีโอกาสการตั้งครรภ์ได้ 0.8% ค่ะ สามารถใส่ได้นานถึง 10 ปี (บางคนใส่จนลืมไปเลย มานึกได้อีกทีต้องให้หลานเหลนโหลนพามา ร.พ.เพื่อเอาห่วงออกให้
ห่วงคุมกำเนิดแบบมีฮอร์โมน มีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยกว่าแบบทองแดงอีกค่ะ คือแค่ 0.2% เท่านั้น โดยห่วงจะปล่อยฮอร์โมนออกมาด้วย ใส่นานได้ถึง 5 ปีค่ะ
2.แบบใช้ฮอร์โมน :
การฝังยาคุมกำเนิด สมัยก่อนที่เคยเห็นมีฝังกันหลาย ๆ หลอด ปัจจุบันเรามียาฝังแบบหลอดเดียว คุมกำเนิดได้ 3 ปีนะคะ โอกาสที่จะพลาดตั้งครรภ์น้อยค่ะคือ 0.05% เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ยังไม่คิดจะมีบุตรในเร็ว ๆ นี้นะคะ
การฉีดยาคุมกำเนิด ฉีด 1 เข็ม ทุก 3 เดือนค่ะ โอกาสตั้งครรภ์ 6%
การทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม, หรือชนิดโปรเจสติน มีโอกาสการตั้งครรภ์ได้ถึง 9% เพราะบ้างคนก็ลืมทานบ้าง บ้างก็เว้นวันไม่ทาน ยาบ้าง
การแปะแผ่นคุมกำเนิด โดยเปลี่ยนแผ่นแปะทุกสัปดาห์ 3 สัปดาห์แล้วไม่แปะ 1 สัปดาห์ให้ประจำเดือนมา มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 9% ยิ่งถ้าสตรีมีน้ำหนักเกิน โอกาสพลาดตั้งครรภ์ยิ่งสูงขึ้นค่ะ
การใส่วงแหวนคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมน ใส่ไปในช่องคลอดไว้ 3 สัปดาห์ แล้วถอดออก 1 สัปดาห์ ให้ประจำเดือนมา มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ 9% ค่ะ
3.การคุมกำเนิดแบบใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อขวางกั้น :
ถุงยางอนามัยของคุณผู้ชาย มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ถึง 18% (ใจเย็น ๆ ค่ะ อย่าเพิ่งโยนถุงในมือทิ้งไป ถ้าใช้แบบถูกต้อง เปรี๊ยะ ๆ โอกาสตั้งครรภ์แค่ 2-3% เท่านั้น) ที่สามารถพลาดได้มากก็เพราะใส่กันผิด ๆ ถูก ๆ บางคนก็นำถุงเก่ามาใช้ใหม่บ้าง (ถุงยาง Reuse ไม่ได้นะคะ) ใช้สารหล่อลื่นแบบน้ำมันบ้าง ทำให้ความแข็งแรงของถุงยางลดลง ถุงแตก ถุงรั่ว
ถุงยางอนามัยสำหรับสตรี เดี๋ยวนี้ไม่ฮิตค่ะ มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ถึง 28% ค่ะ
4.วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ :
การนับวัน สามารถมีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงถึง 24% ค่ะ
การหลั่งข้างนอก อาศัยทักษะของฝ่ายชายในการถอนองคชาตออกมาก่อนที่จะหลั่งน้ำอสุจิ สามารถตั้งครรภ์ได้สูงถึง 22% ค่ะ
เห็นไหมคะว่าวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ โอกาสตั้งครรภ์สูงมาก ถ้าไม่อยากมากังวลว่าจะท้องไหมคะ ต้องสวดมนต์อ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ ว่าเรายังไม่อยากท้อง ก็ อย่า ใช้ วิธีธรรมชาตินะคะ
มึนกับตัวเลขรึยังคะ ยังไงคุณผู้อ่านก็ลองเลือกวิธีที่ชอบ โอกาสพลาดอยู่ในสถิติที่รับได้ เอาที่สบายใจและเหมาะสมกับตัวเราล่ะกันนะคะ สวัสดีค่ะ
อ่านเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เผยผิวสวยในยามนิทรา

สุดยอด!เคล็ดลับเผยผิวสวยยามนิทรา...

ผิวพรรณที่เราเฝ้าฟูมฟัก ทะนุถนอมให้สวยนวลเนียนอยู่ตลอดด้วยทรีตเมนต์ชั้นดี ครีมบำรุงผิวชั้นเลิศนั้นจะไร้ผลในทันทีถ้าขาดการนอน และไม่ใช่เพียงหลับให้พอหายเหนื่อยเท่านั้น การนอนให้มีคุณภาพสำคัญต่อความสวยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่แน่ปัญหาผิวที่เรื้อรังของคุณอาจมาจากสาเหตุเล็กๆ อย่างพฤติกรรมการนอนที่ผิดๆ ก็ได้คุณรู้ไหมการนอนหลับให้เพียงพอจะทำให้ผิวพรรณเราดูสวยและถ้าทาครีมหน้าขาวหรือครีมบำรุงเป็นประจำก็จะยิ่งทำให้เราดูสวยและอ่อนกว่าวัย
“ Talk to The Doctor “
การนอนสัมพันธ์กับผิวพรรณ
“เราเคยได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ นะครับ ช่วงที่เรานอนน้อย ผิวก็จะไม่สดชื่น แต่งหน้าไม่ติด หรือมีใต้ตาคล้ำๆ ได้ จริงๆ มันมีวิทยาศาสตร์การแพทย์ซ่อนอยู่ในนั้น” นพ. สมิทธิ์ อารยะสกุล กล่าว เพราะขณะที่นอนหลับร่างกายไม่ได้มีการปิดเหมือนเครื่องยนต์ แต่ร่างกายยังทำงานอยู่ และก็ทำงานหลายอย่างเลยที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ อิทธิพลของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในการนอน ที่เป็นตัวแปรให้สภาพผิวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางต่างๆ
Growth Hormone
ในผู้ใหญ่โกรว์ธฮอร์โมนมีบทบาทเรื่องความอ่อนเยาว์ซึ่งโกรว์ธฮอร์โมนจะหลั่งช่วงประมาณสี่ทุ่มจนถึงตีสองและเป็นช่วงเวลาที่เราหลับสนิทเท่านั้น ถ้าไม่ได้นอนในช่วงนี้ หรือว่าร้ายกว่านั้นคือนอนหลังตีสอง ทำให้ช่วงเวลาการหลั่งโกรว์ธฮอร์โมนน้อยลง ซ่อมแซมผิวไม่ทัน จึงเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
Cortisol Hormone
เกิดขณะมีความเครียด หรือเมื่ออดนอน คอร์ติซอล จะหลั่งออกมา เพื่อให้เราฝืนตัวเองให้ยังตื่นอยู่ได้มีฤทธิ์ทำให้เกิดรอยคล้ำตามร่างกายในที่ต่างๆ ได้ทั้งใต้ตา รักแร้ ขาหนีบ ผิวพรรณหม่นหมอง
Melatonin Hormone
เป็นฮอร์โมนที่หลั่งเพื่อให้เราหลับสนิทตามธรรมชาติเมลาโทนินกับคอร์ติซอลจะไม่ถูกกัน ถ้าคอร์ติซอลมาเมลาโทนินก็จะไม่มา เมื่อไรที่เราหลับสนิทเมลาโทนินจะมาหยุดคอร์ติซอล ทำให้เราหลับลึก ตื่นมาเฟรชและยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งโกรว์ธฮอร์โมน และตัวเมลาโทนินเองก็เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ใช้ขับสารพิษออกจากร่างกาย
นอนให้มีคุณภาพได้อย่างไร
นพ. สมิทธิ์แชร์ข้อมูลงานวิจัยเรื่องการนอนที่มีคุณภาพว่า “มีการวิจัยที่พยายามหาจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสม ก็พบว่าเวลานอนของแต่ละบุคคลไม่เท่ากันแต่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ไม่มากและไม่น้อยไปกว่านี้ โดยวิธีสังเกตเวลานอนที่เพียงพอต่อตัวเรา คือเมื่อตื่นขึ้นมาสดชื่นมั้ย อันที่หนึ่ง อันที่สองคือช่วงบ่ายง่วงนอนหรือเปล่า อันที่สาม คือถ้าอยู่ในที่นิ่งๆ เย็นๆ เช่น ฟังเลกเชอร์ ดูหนัง เราหลับหรือเปล่า ถ้าใครที่เป็นอย่างนั้นตลอดแสดงว่าการนอนของคุณไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งมีวิธีแก้ไขดังนี้…”
ไม่นอนร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
การเล่นโทรศัพท์ การดูโทรทัศน์ เล่นคอมพ์ การที่เรากระตุ้นตัวเองด้วยแสงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เราตื่นไปอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยเฉลี่ย ฉะนั้น ให้ปิดอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนนอนหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ไม่ผูกมิตรกับกาเฟอีน
เครื่องดื่มกาเฟอีนอย่างกาแฟ โคล่า ฤทธิ์มันยาวถึง 8 ชั่วโมง ถ้าอยากให้การนอนเป็นปกติ หยุดกาแฟหรือชาแก้วสุดท้ายที่บ่าย 2 แถมพวกนี้ยังมีฤทธิ์การขับปัสสาวะด้วย ทำให้ตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกนอนได้ไม่ต่อเนื่อง และอีกตัวคือสุรา แต่จะมีฤทธิ์สั้นกว่ากาเฟอีน อยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 1-2 ชั่วโมง
นอนมากก็ใช่ว่าจะเวิร์ก
มีงานวิจัยจากต่างประเทศบอกว่าการนอนมากเกินไปแฝงสัญญาณบางอย่าง อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องผิวโดยตรง นั่นคือปัญหาเรื่องซึมเศร้า ร่างกายจะเสียสมดุล พอสุขภาพจิตไม่ดี ความกระตือรือร้นในการดูแลตัวเองก็จะลดลงไป
SOS Situation
เหล่าเวิร์กกิ้งวูแมนทั้งหลาย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าการนอนไม่เพียงพอนั้นทำร้ายผิวแค่ไหน แต่ไลฟ์สไตล์กลับไม่เอื้ออำนวย ทั้งตารางงานที่แน่น ไหนจะเดินสายปาร์ตี้แล้วยังต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัว ฉะนั้น ต้องใส่ใจผิวอีกเป็นเท่าทวีคูณ
Problem 1 : นอนน้อย
ถ้าเอา 6 ชั่วโมงเป็นตัวตั้งแล้ว การนอนน้อยกว่านั้นอาจส่งผลให้รู้สึกไม่ค่อยสบายผิว แต่ก็ยังไม่หนักหนาเท่าไหร่ อาจมีอาการใต้ตาแห้ง หรือรอยเหี่ยวที่ถุงใต้ตาบ้าง วิธีแก้ไขก็คือให้ใช้สำลีชุบโลชั่นโปะไว้ที่ตาก่อนสัก 5 นาที หรือหากมีปัญหาตรงจุดอื่นอย่างรูขุมขนข้างแก้มก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ได้
Problem 2 : นอนไม่พอ
การนอนน้อยติดต่อกันหลายๆ วัน จะรู้สึกได้ถึงรูขุมขนที่กว้าง ผิวที่แห้งผาก จนทาครีมบำรุงอะไรก็เอาไม่อยู่เกิดหน้าลอกเป็นขุยๆ ระหว่างวัน หนำซ้ำยังแต่งหน้าไม่ค่อยติด ต้องหาเวลาพักฟื้นให้ด่วนที่สุด คือพยายามดึงเวลานอนกลับมาให้พอ ลดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนทั้งปวง ส่วนการบำรุงผิวอย่างก็ที่บอก ไม่ว่าจะประโคมอะไรก็หายหมด ลองหามาส์กหน้าชนิดเข้มข้นมาใช้ทุกวัน ก่อนนอนจนกว่าผิวจะดีขึ้น หรือหากมีเวลาก็มีทรีตเมนต์จำพวกฟื้นฟูผิว ผลักวิตามินต่างๆ แต่เว้นเลเซอร์ไว้ก่อนเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะซ่อมแซมตัวเอง
Problem 3 : ไม่ได้นอน
แม้จะแค่คืนเดียวที่อยู่ถึงเช้าแต่พลานุภาพการทำร้ายผิวนั้นรุนแรง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวกันอยู่หลายวัน ไล่ตั้งแต่ผิวแห้ง รูขุมขนกว้างหย่อนคล้อย และหมองคล้ำ มีแต่พังกับพัง ทางที่เซฟที่สุดคือล้างหน้าให้สะอาดไว้ก่อน อย่าข้ามคืนไปกับเมกอัพ เมื่อล้างหน้าสะอาดแล้ว ลงบำรุงผิวแล้วตบด้วยออยล์เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และหากผิวดูล้ามากๆ ก็พอกมาส์กครีมไว้เลย เมื่อเช้ามาแล้วต้องออกไปข้างนอก ให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเสียหน่อย เพราะผิวที่อ่อนแอจะไวต่อแดดมาก
อัพเดทเรื่องความสวยความงาม เทรนการแต่งหน้า และความรู้เรื่องผู้หญิง ทั้งหมดได้ที่นี่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ร้อนนี้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดด อย่างไรดี

หน้าร้อน! นี้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดด อย่างไรดี?

คงต้องยอมรับแต่โดยดีว่าภาวะโลกร้อนดูจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายๆคือเราสามารถรู้สึกได้เลยว่าแสงแดดทุกวันนี้ ดูจะร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่บางคนรู้สึกแสบร้อนที่ผิวได้ทั้งที่ถูกแสงแดดเพียงไม่นาน และอย่างที่ทราบกันดีว่าอันตรายของแสงแดดมีมากมายหลายประการ และดูจะเป็นตัวการสำคัญของปัญหาผิวต่างๆ อาทิ ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ รวมไปถึงมะเร็งผิวหนังอีกด้วย คงจะดีกว่าถ้าเราสามารถปกป้องผิวจากอันตราย ของแสงแดดได้ อย่างไรก็ดีควรเริ่มต้น จากการรู้ซึ้งถึงอันตรายของแสงแดดและรังสียูวี
ครีมกันแดด
UV คืออะไร
พลตรีนายแพทย์ กฤษฎา ดวงอุไร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แผนกโรคผิวหนัง กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้พูดถึงอันตรายของรังสียูวีไว้ว่า ผิวของเรานั้น สามารถถูกทำร้ายจากสิ่งเร้าภายนอกได้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแสงแดดที่มีรังสีอุลตร้าไวโอเลต หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า รังสียูวี ซึ่งประกอบไปด้วยรังสี UVA, UVB และ UVC ซึ่งต่างกันที่ช่วงความยาวคลื่นแสงอุลตร้าไวโอเลต (UVL=Ultraviolet light) ซึ่งแบ่งเป็น Ultraviolet A (UVAWavelength 320-400nm) Ultraviolet B (UVB Wavelength280-320nm) และ Ultraviolet C (UVC Wavelength 190-280nm) ซึ่งเฉพาะ UVA และ UVB (>290nm) เท่านั้นที่ส่องมาถึงพื้นโลก ส่วน UVC ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อนิวเคลียสของเซลล์ของผิว จะถูกกรองโดยโอโซนในบรรยากาศชั้น Stratosphere ทำให้ไม่สามารถผ่านมาถึงพื้นโลกได้ (อย่างไรก็ดีด้วยภาวะโลกร้อน ทำให้บางช่วงของโอโซนเป็นช่องโหว่ ทำให้รังสียูวีซีสามารถทะลุลงมาถึงโลกได้บ้างแล้ว)รังสี UVB มีความยาวคลื่นสั้น (280-320nm ) มีผลต่อเซลล์ผิวหนังกำพร้าที่อยู่ชั้นนอกสุด ทำให้เกิดแดดเผา (Sunburn) มีผิวสีคล้ำและถ้าถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ สำหรับรังสีUVA นั้น จัดได้ว่าเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นความยาวมาก (320-400nm)สามารถทำอันตรายต่อผิวได้มากที่สุด ที่สำคัญสามารถทำลายทะลุทะลวง
ถึงผิวหนังชั้นใน ทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินไฟเบอร์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นเป็นริ้วรอยตีนกาได้ง่าย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผิวสีที่ผิดปกติเป็นรอยด่างดำไม่สม่ำเสมอ ซึ่งการทำลายผิวหนังที่เกิดจากทั้งUVA และ UVB สามารถมองเห็นได้ในบริเวณที่ถูกแดดเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่ใช้ชีวิตกลางแจ้งมาก
การทำร้ายเซลล์ผิวของรังสี UV จากแสงแดดต่อผิวหนังนั้นเป็นผลสะสมในระยะยาว จึงอยากแนะนำว่าพวกเราทุกคน ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือแม้กระทั่งเด็ก ก็ควรปกป้องผิวหนังจากแสงแดดเช่นเดียวกัน
ค่าการปกป้องแสงแดดจากรังสี UV
เมื่อได้ทราบถึงความร้ายกาจของรังสี UVA ที่มีมากกว่ารังสีUVB แล้วนั้น หลายๆ คน คงสงสัยว่าแล้วเราจะปกป้องผิวจากรังสี UVAได้อย่างไร พลตรี นายแพทย์ กฤษฎา ดวงอุไร ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ว่า ก่อนอื่นเราคงต้องเข้าใจถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดในการป้องกันรังสี UV ก่อน ซึ่งโดยทั่วๆ ไปเราคงคุ้นเคยกับ "ค่า SPF" ซึ่งย่อมาจาก Sun Protection Factor หรือแปลเป็นไทยว่า ค่าการป้องกันแสงแดดจากรังสี UVB ซึ่งเข้าใจได้ง่ายๆ คือ ถ้าเคยถูกแสงแดดแล้วผิวไหม้แดง ในเวลา 15 นาที หากทาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF = 6 ก็จะปกป้องผิวได้ 6 เท่า หรือผิวจะไหม้แดงในเวลา 90 นาที (6x15=90นาที) ถ้าค่า SPF = 8 ผิวจะไหม้ในเวลา 2 ชั่วโมง (8x15=120 นาที)แต่สำหรับการปกป้องผิวจากรังสี UVA นั้น ให้ดูที่ "ค่า PPD"คือ Persistent Pigment Darkening ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดค่ากันแดดที่ป้องกันรังสี UVA ที่เป็นตัวการในการทำให้ผิวดูแก่ และสีคล้ำขึ้นนั่นเองพูดกันง่ายๆ คือ ถ้าทากันแดดที่มีค่า PPD10 ก็คือ คุณสามารถทนแดดได้มากกว่าผิวที่ไม่ทา 10 เท่า แต่ในบางประเทศอย่างญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ใช้ค่าPPD แต่ว่าใช้ "ค่า PA" คือ Protection Class UVA เป็นระดับการวัดค่าป้องกัน UVA ค่าสูงสูดในมาตรฐาน PA คือ PA+++ ซึ่งเมื่อเทียบกับมาตรฐาน PPD ค่า PA+++ คือ >8 ขึ้นไป ฉะนั้นหากต้องการปกป้องผิวจากรังสี UVA ก็ควรหาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า PPD สูงๆ มาใช้ ไม่ควรพิจารณาที่ค่า SPF เพียงอย่างเดียว เพราะค่า SPF เอาไว้วัดค่าการปกป้องรังสี UVB ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวในระยะยาว น้อยกว่า UVA ซึ่งอาจสังเกตได้ง่ายๆ คือ ถ้าเห็นตัวอักษร UVA นั่นแสดงว่าผลิตภัณฑ์กันแดดตัวนั้นสามารถป้องกันผิวจาก UVA ได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว
ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ป้องกันรังสี UV ได้ดีและครอบคลุม ควรจะมีส่วนผสมของทั้ง Chemical (Organic) และ Physical (Inorganic/Mineral) Sunscreen เช่น Zinc Oxide, Titanium Dioxide (TiO2),Avobenzone (Parsol 1789), Mexoryl SX, Mexoryl XL,Oxybenzone เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์กันแดดในท้องตลาดที่มีประสิทธิภาพกันUVA ได้ดี ก็จะมีสารที่กล่าวแล้วข้างต้นผสมกันอย่างน้อย 2 ชนิดขึ้นไปในสัดส่วนความเข้มข้นต่างๆ ซึ่งให้ประสิทธิภาพการปกป้องรังสี UVAที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรเลือกให้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าการปกป้องทั้งรังสี UVB และ UVA สูงๆ และเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง
เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างไรดี
เราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ไว้เนื่องจากการให้ได้ผลตามที่เขียนไว้ข้างขวดนั้น ผู้ใช้จะต้องทาหนามากขนาด 2 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร ซึ่งคนทั่วไปไม่ได้ทาหนาขนาดนั้น เพราะไม่เหมาะกับวิถีชีวิตประจำวัน ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำว่า ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดประมาณ 1 ข้อนิ้วชี้สำหรับทาหน้าและคอ ซึ่งควรทาอย่างน้อย 2 รอบ จึงจะสามารถป้องกันแดดได้ หากเล่นกีฬาหรือเหงื่ออออกมาก ควรทาซ้ำทุก 2 ชม. เพราะผลิตภัณฑ์กันแดดส่วนใหญ่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการทนต่อน้ำเมื่อเราเหงื่อออก ก็หายไปหมดแล้ว ที่สำคัญเราไม่ควรใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดจัด และเราควรป้องกันผิวจากแสงแดดตั้งแต่วัยเด็ก โดยการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องตากแดดจัด ป้องกันร่างกายอย่างมิดชิดด้วยเสื้อผ้า แว่นกันแดด หมวก และร่ม เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท แต่ที่สำคัญคือต้องลงมือปกป้องผิวตั้งแต่วันนี้เพราะผิวเรามีโอกาสที่จะโดนแสงแดดทำร้ายอยู่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีแสงแดดอันมีรังสี UVAอยู่ตลอดเวลา และทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะอยู่กลางแดดหรือในร่มก็ตาม การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าปกป้องรังสื UVA โดยสังเกตจากค่า PPDนั้น สามารถช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UVAจากค่าปกป้องรังสีดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นกับกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดซึ่งการเลือกค่า PPD ที่สูงและเหมาะสมนั้นจะช่วยให้สามารถปกป้องรังสีUVA ได้ สำหรับผู้บริโภคอาจสังเกตได้ง่ายๆ คือ ถ้าเห็นตัวอักษร UVAนั่นแสดงว่าผลิตภัณฑ์กันแดดตัวนั้นสามารถป้องกันผิวจาก UVA ได้ทำให้ง่ายต่อการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดด ที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UVB และ UVA ได้


เทคนิคปกป้องผิวจากแสงแดด
- เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้งรังสี UVA และ UVB
- ผิวแพ้ง่ายหรือไวต่อแดด เช่น ผิวหลังการทำเลเซอร์ทรีตเมนท์ การขัดลอกหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด สำหรับผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
- ทาผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่พอดี คือ ประมาณ 1 ข้อนิ้ว สำหรับผิวหน้า และประมาณ 30 กรัม สำหรับผิวกาย ก่อนออกแดดประมาณ 15-20 นาที
- การพักผ่อนตามชายทะเล ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดเพิ่มทุก 3 ชั่วโมง เนื่องจากหาดทรายสามารถสะท้อนแสงแดดและรังสี ยูวีได้ดี จึงเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น
- การทาผลิตภัณฑ์กันแดด ควรทาบางๆ และเกลี่ยให้ทั่วๆ ไม่ควร ทาย้อนขึ้นลง เพราะจะทำให้ครีมหลุดลอกได้ง่าย และควรทาซ้ำ หลังจากเที่ยง หรือหลังจากที่มีเหงื่อออกมากๆ
- เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีส่วนผสมที่เป็น เคมีคอล และฟิสิกส์คอล เพื่อการปกป้องผิวจากอันตรายของรังสียูวี ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- หลังจากออกแดดแล้ว ควรล้างผิวให้สะอาด แล้วทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือครีมบำรุงทันที
อัพเดทเรื่องความสวยความงาม เทรนการแต่งหน้า และความรู้เรื่องผู้หญิง ทั้งหมดได้ที่นี่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

ไอเดีย เขียนอายไลเนอร์ให้เก๋ สนุกล้ำ ไม่ซ้ำใคร

เขียนอายไลเนอร์ให้เก๋ สนุกล้ำ ไม่ซ้ำใคร

เบื่อไหมคะ กับการเขียนอายไลเนอร์ cat eye ในแบบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา หากเบื่อกันแล้ว Sanook! Women มีไอเดียเก๋ๆ สนุกล้ำ ไม่ซ้ำใคร มาให้ได้อัพเดทกันค่ะ

ผู้หญิงหลายคนออกจากบ้านไม่ได้ ถ้าไม่ได้แต่งหน้า หรือบางคน ขอแค่เขียนอายไลเนอร์ก็อุ่นใจแล้ว วันนี้เราเลยขอเอาใจคุณผู้หญิงที่หลงใหลการแต่งหน้า โดยเฉพาะการเขียนตามาให้ดูและลองหัดทำเป็นไอเดีย เพิ่มความสวย และเพิ่มลูกเล่นสนุกๆ แบบไม่มีเบื่อกันค่ะ
วิธีแต่งหน้า
เริ่มกันที่แบบแรก รับรองว่าหากคุณกรีดตา และเพิ่มลูกเล่นแบบนี้ ทุกสายตาจะเหมือนถูกสะกดมาให้จ้องที่คุณแน่ๆ ค่ะ
วิธีก็แค่ นำอายแชโดว์สีขาว หรือสีไฮไลท์ลงให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นค่อยๆ เขียนอายไลเนอร์ให้เฉี่ยวสุดชีวิตที่ขอบตาบน ส่วนขอบตาล่างวาดอายไลเนอร์ เป็นเส้นแฉก ประหนึ่งขนตาสุดสะพรึง แล้วปิดท้ายด้วยการลงอายไลเนอร์แบบดินสอที่บรเวณรอยพับของเปลือกตา เพียงแค่นี้ ดวงตาของคุณก็เก๋ไม่มีใครเกินแล้วค่ะ

แต่งหน้าใสๆ
ปกติคุณสาวๆ คงเคยแต่เขียนอายไลเนอร์ cat eye แบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนจากเขียนที่ขอบตาบน มาเขียน cat eye เฉี่ยวๆ ที่ขอบตาล่างกันดูสิคะ

วิธีก็แค่ ลงอายแชโดว์สีอ่อนให้ทั่วเปลือกตา ดัดขนตาให้งอนเด้ง ใช้อายไลเนอร์แบบดินสอค่อยๆ เขียนขอบตาล่าง โดยให้ชิดขอบตาที่สุด ลากเส้นจากหัวตาไปหางตา โดยทั้งหัวตา และหางตัว ตวัดเส้นออกมาเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ
เขียนอายไลเนอร์

เพิ่มความเฉี่ยวให้กับดวงตา ด้วยการ เขียนอายไลเนอร์คมๆ ที่ขอบตาบนและขอบตาล่าง
วิธีคือ ลากอายไลเนอร์จากหางตาให้ยาวออกไป จากนั้น ค่อยๆ เติมสีดำบริเวณหัวตา และหางตาให้เต็มกรอบที่ร่างไว้ เขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่าง โดยลากหางตาก่อนเช่นกัน แล้วค่อยๆ ลากเส้นจากหางตามาที่หัวตาให้เส้นด้านบนและล่างประกบกัน ตามด้วยดัดขนตา ปัดมาสคาร่า เพียงเท่านี้ ดวงตาของคุณก็สวยดั่งนางพญาแล้วค่ะ
เขียนอายไลเนอร์

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการกรีดอายไลเนอร์สำหรับสาวมั่นๆ ค่ะ
วิธีการก็ง่ายมาก เพียงแค่ กรีดอายไลเนอร์ตามความถนัดในแบบปกติ จากนั้นลากเส้นอายไลเนอร์ตวัดกลับอีกครั้งเป็นรูปตัว >และ< เพียงแค่นี้ก็สวยเสร็จ ชนะเลิศแล้วค่ะ
แต่งหน้า

อยากสวยอินเทรนด์ เข้ากับฤดูฝนที่สุด ต้องนี่เลยค่ะ กับการกรีดอายไลเนอร์สีสดใสแบบ สายรุ้ง
วิธีการ เพียงแค่นำอายไลเนอร์สีสดๆ สารพัดสีที่คุณมีอยู่ในกรุ มากรีดตาทีละชั้น เพียงแค่นี้ คุณก็จะเป็นสาวสนุก ที่พร้อมลุยกับทุกปาร์ตี้แล้วค่ะ
ลองนำไอเดีย "เขียนอายไลเนอร์" ง่ายๆ เหล่านี้ไปทำดูนะคะ เปลี่ยนรูปแบบบ้าง จะได้ไม่ซ้ำซากจำเจค่ะ ^^

อัพเดทเรื่องความสวยความงาม เทรนการแต่งหน้า และความรู้เรื่องผู้หญิง ทั้งหมดได้ที่นี่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รวม ว่าที่คุณแม่มือใหม่ หุ่นสวยเช้ง รับวันแม่แห่งชาติ

รวม! ว่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์ หุ่นสวยเช้ง รับวันแม่แห่งชาติ

"อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน"

เข้าเดือนสิงหาคมทีไร เพลงที่คุ้นหูคงหนีไม่พ้น เพลง "อิ่มอุ่น" ที่มักจะได้ยินเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อเป็นการระลึกถึงบุญคุณของแม่ และเป็นการต้อนรับ 12 สิงหา "วันแม่แห่งชาติ"
เปิดด้วยเนื้อหาเพลงซึ้งๆ รับวันแม่แบบนี้ Sanook! Women ก็ขอตามด้วยเรื่องแม่ๆ ต่อกันสักหน่อย
9 เดือนเป็นเวลาที่ค่อนข้างจะนาน เช่นเดียวกับการอุ้มท้องหรือการตั้งครรภ์ของคุณแม่ๆ ที่ต้องทนลำบาก ทนหนัก ทนเหนื่อย กว่าจะได้เจอหน้าลูกๆ สุดที่รัก ที่กำลังจะลืมตาดูโลก
เช่นเดียวกับเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2557 นี้ มี "ว่าที่คุณแม่มือใหม่ดารา" หลายคนกำลังตั้งครรภ์อยู่Sanook! Women จึงไม่พลาด รวบรวมภาพความประทับใจ พร้อมอัพเดทหุ่นที่สวยเช้ง ของเหล่า "ว่าที่คุณแม่มือใหม่" มาให้ยลกันค่ะ
จะมีคุณแม่ดาราคนใดบ้าง และคุณแม่จะรูปร่างเป๊ะเวอร์กันแค่ไหน ตาม Sanook! Women มาเลยค่ะ
ตั้งครรภ์
"วัน แม่แห่งชาติ" ปีนี้ อย่าลืมนำสัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ "ดอกมะลิ" ไปไหว้คุณแม่นะคะ (ดอกมะลิ สีขาว ส่งกลิ่นหอมได้ไกลและได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี โดยตีความเปรียบกับความรักบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย)
อ่านเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับการตั้งครภ์ อาหารคนท้อง อาการคนท้อง อาการตั้งครรภ์ เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการอยากมีลูก ทั้งหมดได้ที่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีรักษาสิวด้วยทรีทเม้นท์ง่ายๆ

วิธีรักษาสิวด้วยทรีทเม้นท์ง่ายๆ

เรามีทรีทเม้นท์ง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณจัดการกับสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมือของคุณเองมาบอกแล้ว
ขั้นแรก เติมน้ำอุ่นลงไปในอ่างล้างหน้าประมาณเศษหนึ่งส่วนสามส่วน แล้วเติมน้ำมันยูคาลิปตัส และน้ำมันที-ทรีลงไปอย่างละหนึ่งช้อนโต๊ะ จุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำที่ผสมไว้นั้น บิดน้ำออก แล้วโปะผ้าขนหนูลงบนใบหน้าเป็นเวลาห้านาที จุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำอีกครั้ง แล้วทำซ้ำแบบเดียวกันอีก 8 ถึง 10 ครั้ง
ทั้งน้ำมันยูคาลิบตัสและน้ำมันที-ทรีต่างก็มีคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของสิว
จากนั้น ก็แต้มยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิค โดยแตะแต้มเฉพาะในบริเวณที่มีปัญหา
จากนั้น ใช้นิ้วตบเบาๆ ให้ตัวยาแทรกซึมเข้าไปในผิว ตบท้ายด้วยการแช่หินกรวดแบนๆ ที่มีผิวเกลี้ยงๆ ให้เย็น แล้วนำมากดลงบนจุดที่เป็นรอยแดงๆ ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบได้อีกทาง
อัพเดทเรื่องความสวยความงาม เทรนการแต่งหน้า และความรู้เรื่องผู้หญิง ทั้งหมดได้ที่นี่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สุดยอดครีมบำรุงผิวน่าใช้ ในราคาน่าเลิฟ

สุดยอดครีมบำรุงผิวน่าใช้ ในราคาน่าเลิฟ

ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นอะไรที่คุณสาวๆ ขาดไม่ได้ ตื่นขึ้นมาก็ต้องใช้ ก่อนเข้านอนไปก็ต้องทา เพื่อให้ใบหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวา แลดูสุขภาพดีอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยเสริมให้ใบหน้าดูงามโดดเด่นเมื่อต้องแต่งแต้มสีสัน ดังนั้นครีมบำรุงผิวหน้าจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาวๆ นิยมซื้อหามาไว้ใช้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาแบบว่าเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะซื้อครีมตัวไหน หรือไม่ก็เจอครีมที่ใช่แต่ราคาไม่ไหวจะเคลียร์ จนทำให้เพลียจิต เพราะฉะนั้นวันนี้ Sassy Diva ขอนำคุณสาวๆ มารู้จักบรรดาครีมดีน่าใช้ ในราคาไม่เว่อร์ น่าเลิฟสุดๆ ไม่แน่นะว่าอาจจะเป็นครีมดีที่คุณตามหามานานก็เป็นได้ ^.^

ครีมบำรุงผิวหน้า

ครีมบำรุงผิวหน้า
Day
ครีมบำรุงผิวหน้า

Skinfood Gold Caviar Collagen
from NewYear1149
-ครีมบำรุงผิวหน้า ด้วยคอลลาเจนเข้มข้น ทองคำบริสุทธิ์ และผสานคุณค่าของคาเวียร์ ช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยลึก ให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับขึ้น คืนชีวิตชีวาให้แก่ผิว เหมาะกับสาวๆ ที่เน้นการดูแลเรื่องริ้วรอย หรือต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ-
ครีมบำรุงผิวหน้า





BASCHI SOS & PREMIUM REPAIRING from BBeauty
-ครีมบำรุงผิวหน้าใสยอดนิยม จากไต้หวัน ช่วยให้ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และปรับสภาพผิวให้สุขภาพดี ใช้ได้ทุกสภาพผิว-ครีมบำรุงผิวหน้า


Skinfood Tomato from Takebuy
-ครีมหน้าขาวช่วยบำรุงเพื่อใบหน้าขาวกระจ่างใสให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ด้วยวิตามินแร่ธาตุที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลามินช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ ป้องกันริ้วรอย รอยดำจุดด่างจางลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหมองหน้าหมองคล้ำ หรือเน้นการดูแลผิวให้ขาวใส ปล. ราคานี้หาไม่ได้ในช็อปนะจ๊ะ-

ครีมบำรุงผิวหน้า

Benefit Dear John from HisoBrandname
-ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้น Dear John คือมือวางอันดับหนึ่ง! มีส่วนผสมของมาร์ชมาลโลว์ แตงกวา สารต้านอนุมูลอิสระ ครีมบำรุงนี้ช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น สดชื่นได้ตลอดวัน สาวผิวแห้งถึงผิวธรรมดาน่าจะมีไว้ใช้ รับรองว่าติดใจชัวร์
ครีมบำรุงผิวหน้า

Faris Ultra-Matte Day Cream from MorningBeauty
-สำหรับสาวผิวมัน แนะนำตัวนี้ค่ะ ทั้งบำรุงผิวให้เนียนสวย ปรับสภาพผิวให้สมดุล ควบคุมความมัน ในหนึ่งเดียว เป๊ะเว่อร์ขอบอก-

ครีมบำรุงผิวหน้า

Skin79 New Turn Therapy Serum Set from CherryChic
-สุดยอดเซรั่มบำรุงผิวจากเกาหลี สูตรปราศจากน้ำมันที่ผสมไลปิด มารีนคอลลาเจน เพื่อผิวเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย สุขภาพดีดูอ่อนกว่าวัย เผยผิวกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัด-
ครีมบำรุงผิวหน้า

CLINIQUE Set from Perfumelover
-ดูแลผิวสุดคุ้มแบบครบขั้นตอน กับเซ็ตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Clinique แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่สาวๆ ให้การยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ ใช้ได้แม้กับผิวที่บอบบางหรือแพ้ง่าย พิเศษสุดเพียง 1890 บาท จากราคาเต็ม 3900 บาท น่าใช้มากๆ เซ็ตนี้-


Night


ครีมบำรุงผิวหน้า

PAN Facial Night Cream from Pandelivery
-ครีมบำรุงผิวเนื้อเนียนนุ่ม ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบสู่ผิวเร็วล้ำลึก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Wild Pansy Extract และ Aloe Vera Extract ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นยาวนาน ไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า ให้คุณแลดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง สดใส รับวันใหม่ในทุกเช้า-
ครีมบำรุงผิวหน้า

Z-pel One Night from Beautylifes
-ทรีทเม้นต์บำรุงผิวขาวเพียงข้ามคืนสูตรเข้มข้นมากที่สุด โดยสารสกัดสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกถึงระดับ Cells จึงเห็นผลเร็วเพียงพอกก่อนนอนเท่านั้น พร้อมตื่นขึ้นมาพร้อมกับผิวขาวตลอดวัน แนะนำให้ใช้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกัน เพื่อผลลัพท์ที่มีประสิทธิภาพ-
ครีมบำรุงผิวหน้า

Faris Ultra-Matte Day Cream from MorningBeauty
-ครีมบำรุงผิวกลางคืน สำหรับสาวผิวมัน ควบคุมความมันส่วนเกิน บำรุงผิวยามหลับไหล ให้ผิวเนียนใส ไร้ความมันในรุ่งเช้า ใช้คู่กับ Day Cream เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น-
ผลิตภัณฑ์แนะนำ เพื่ออีกขั้นของความงามที่คุณสัมผัสได้
ครีมบำรุงผิวหน้า

Giffarine Collagen Powder from Morning Beauty
-รังสรรค์ผิวสวยอีกระดับ กับ Collagen Powder สารสกัดคอลลาเจนเข้มข้น ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบำรุงผิวให้สมบูรณ์แบบ เพียงผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณชื่นชอบ คอลลาเจนจากปลาจะซึมซาบเข้าช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง กระชับผิว และลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ปกป้องผิวจากการถูกทำลายให้คุณเป็นเจ้าของผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง เหนือกาลเวลา-

อัพเดทเรื่องความสวยความงาม เทรนการแต่งหน้า และความรู้เรื่องผู้หญิง ทั้งหมดได้ที่นี่ http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
.......... .......... .......... .......... ..........